
บางบาดแผล… ไม่ได้ต้องการให้ใครมารักษา
ในความเงียบยามค่ำคืน คุณเคยนอนไม่หลับเพราะเสียงในหัวที่ตะโกนก้องไหม? ไม่ใช่เสียงของใครอื่น
แต่เป็นเสียงของคุณเองที่เฝ้าถามซ้ำๆ ถึงสิ่งที่ “ไม่ได้ทำ” “ถ้าวันนั้นฉันรับสาย…”
ถ้าฉันสังเกตเห็นแววตาคู่นั้นเร็วกว่านี้…” “ถ้าฉันเลือกอีกทาง… เขาจะยังอยู่ตรงนี้ไหม?”
คำสาปของผู้รอดชีวิต
โลกภายนอกมักบอกว่า “โชคดีแค่ไหนแล้วที่คุณรอดมาได้” หรือ “เขาก็คงอยากให้คุณใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีความสุข”
แต่ลึกๆ ในใจ… การมีลมหายใจอยู่ต่อ ในขณะที่คนที่เรารักหยุดหายใจไปแล้ว ไม่ได้รู้สึกเหมือน “โชคดี” เสมอไป
บางครั้ง… มันรู้สึกเหมือน “บทลงโทษ” บทลงโทษที่ตัดสินให้เราต้องแบกรับความทรงจำ
และใช้ชีวิตที่เหลืออยู่เพียงลำพัง โดยไม่มีเขา
ทำไมเราถึงกอดความรู้สึกผิดเอาไว้แน่น?
คุณรู้ดีว่ามันไร้เหตุผล คุณรู้ดีว่าคุณควบคุมทุกอย่างไม่ได้ แต่ทำไมคุณยังโทษตัวเอง? คำตอบที่น่าเจ็บปวดคือ…
เพราะ “ความรู้สึกผิด” คือสายใยเส้นสุดท้ายที่เชื่อมเราไว้กับเขา,
ถ้าเราเลิกเจ็บปวด… เราก็กลัวว่าจะลืมเขา ถ้าเราอนุญาตให้ตัวเองยิ้มได้อีกครั้ง… เราก็กลัวว่าจะเหมือนการทิ้งเขาไว้ข้างหลัง
ถ้าเรา “Move on” ได้จริง… มันกลับรู้สึกเหมือนเรากำลัง “ทรยศ” คนที่จากไป
การยอมรับว่าเราเป็นคนผิด แม้จะเจ็บปวด แต่มันก็ยังง่ายกว่าการยอมรับความจริงที่โหดร้ายกว่านั้น… ความจริงที่ว่า
โลกนี้ไม่มีความยุติธรรม และการจากไปของเขาเป็นเรื่องที่เรา “ทำอะไรไม่ได้เลย”
มรดกแห่งความเสียสละ
บางคนเติบโตมากับคำว่า “เขาทำทุกอย่างเพื่อเธอ” หรือได้รับสิ่งของล้ำค่าแทนตัวคนที่จากไป
คนอื่นมองว่ามันคือของขวัญ คือความรัก แต่สำหรับคุณ… บางครั้งมันหนักอึ้งราวกับหินผา
คุณไม่ได้รู้สึกแค่ขอบคุณ แต่คุณรู้สึกว่าเป็น “หนี้ชีวิต” ที่ไม่มีวันใช้หมด
คุณกลัวว่าถ้าวันหนึ่งคุณทำพลาด หรือทำของสิ่งนั้นหาย…
คุณจะสูญเสียเขาไปอีกครั้งตลอดกาล
เราไม่ได้ต้องการ “การให้อภัย”
ผู้คนที่หวังดีมักบอกเราว่า “ให้อภัยตัวเองเถอะ” แต่คุณเคยสังเกตไหม? คำว่า “ให้อภัย” มันตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า “เราทำผิด”
แล้วถ้าความจริงคือ… เราไม่ได้ทำผิดล่ะ? ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้น มันเกินกำลังที่เราจะต้านทานไหว?
สิ่งที่เราต้องการอาจไม่ใช่การให้อภัยตัวเอง แต่คือ “การยอมรับ” ยอมรับว่าเราเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง
ที่ไม่อาจยื้อยุดโชคชะตา และบาดแผลนี้… ไม่ใช่ความผิดของเรา
แค่พื้นที่… ให้ได้เจ็บ
ในวันที่เราอ่อนแอที่สุด เรามักเจอคนที่พยายามจะ “ซ่อม” เรา “สู้ๆ นะ เดี๋ยวก็ดีขึ้น” “อย่าคิดมากเลย”
พวกเขาหวังดี แต่หารู้ไม่ว่า… บางบาดแผลไม่ได้ต้องการให้ใครมาแก้
เราไม่ได้ต้องการคำตอบ เราไม่ได้ต้องการทางออก เราแค่ต้องการใครสักคนที่กล้านั่งลงข้างๆ ในความมืดมิด
ใครสักคนที่รับฟังเสียงร้องไห้ของเรา โดยไม่พยายามทำให้เราเงียบ
ใครสักคนที่บอกเราว่า… “ไม่เป็นไรนะ ที่วันนี้จะยังไม่โอเค”
ถ้าคุณกำลังแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า… วางมันลงเถอะ หรือถ้ายังวางไม่ไหว
ก็แค่อนุญาตให้ตัวเองได้เหนื่อย คุณไม่ต้องรีบหายดีเพื่อความสบายใจของใคร
คุณมีสิทธิ์ที่จะเจ็บปวด นานเท่าที่ใจคุณต้องการ
และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม… หัวใจของคุณจะบอกเองว่าพร้อมจะก้าวเดินต่อหรือยัง
ไม่มีใครเร่งเข็มนาฬิกาของการเยียวยาได้… แม้แต่ตัวคุณเอง
attarawriter
